.: Mail Register
เพื่อรับข่าวสารต่างๆ, Update Program จาก SMLSoft
Your email
ยกเลิก email
Total : 33400 Records
.: รายชื่อโปรแกรม
 
  • HP : ระบบเช่าซื้อ, เงินผ่อน
  • VF : ระบบกองทุนหมู่บ้าน
  • PR : ระบบเงินเดือน
  • ABC : ต้นทุนรายได้กิจกรรม
  • GL : ระบบบัญชีแยกประเภท
  • AS : ระบบคำนวณค่าเสื่อมราคา
  • AM : ระบบบริหารสินทรัพย์
  • VAT : ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
  • TAX : ระบบภาษีสำหรับธุรกิจ
  • CB : ระบบบริหารเงินสด, เงินสดย่อย, เช็ค, บัตรเครดิต, บัตรเงินสด, ธนาคาร
  • AR : ระบบบัญชีลูกหนี้
  • AP : ระบบบัญชีเจ้าหนี้
  • IC : ระบบสินค้าคงคลัง
  • SO : ระบบขายสินค้า
  • SF : ระบบบริหารงานขาย
  • PO : ระบบซื้อสินค้า
  • PF : ระบบบริหารงานซื้อ
  • CS : ระบบฝากขาย
  • POS : ระบบขายหน้าร้าน
  • Acc : ระบบบัญชีรวม
  • ERP : ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร
  • JC : ระบบต้นทุนการผลิต
  • TA : ระบบลงเวลาด้วยลายนิ้วมือ
  • HR : ระบบบริหารงานบุคคล
  • Service Management : ระบบบริการหลังการขาย
  • Service Center : ระบบบริหารศูนย์บริการ
  • CRM : ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
 

.: Links
 
Lannasoft
boi
account on-line
dootv
 
Google
คำพูดของนักวิชาการที่ว่า "ค้าปลีกไทย สู้ต่างชาติไม่ได้ เพราะไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง" ข้อนี้ผมอยากจะให้นักวิชาการที่พูด และเก่งเรื่องการจัดการ มาเปิดร้านค้าปลีกดู เพราะเราต้องเข้าใจว่า ถึงจะบริหารดีแค่ไหน แต่ LOTUS ซื้อสินค้ามา 10 บาท แต่ขาย 9 บาท จะสู้ได้อย่างไร ผมขอพูดว่า "ทุนไทย จะสู้ทุนนอกได้อย่างไร เค้ามีเป็นแสนล้าน และเค้าพร้อมที่จะทำลายโครงสร้างการค้าของคนไทยทั้งหมด เพื่อจะยึดการค้า และขึ้นราคาสินค้าในภายหลัง เมื่อคู่แข่งตายไปหมดแล้ว" ผมตามดูการขยายตัวของห้างเหล่านี้มาตลอด 10 ปี จุดประสงค์การทำธุรกิจของทุนข้ามชาติ ไม่ต้องการอยู่กับคนไทย หรือส่งเสริมการผลิตของคนไทย (จะส่งเสริมได้ไง ทำแล้วต้อติดยี่ห้อ LOTUS ยังไม่พอ ตอนผลิตคนไทยต้องซื้อวัตถุดิบเงินสด จ่ายค่าแรงเงินสด แต่ LOTUS นอกจากจะบีบเรื่องต้นทุนแล้ว ยังเอาสินค้าคนไทยไปขาย LOTUS ได้เงินสดๆ ไปฝากธนาคารกินดอก แต่กว่าจะจ่ายค่าสินค้าให้กับคนไทย อีก 90 วัน) ต้องการทำลายรากฐานสังคมไทย ให้คนไทยต้องเป็นทาสทางเศรษฐกิจ เพื่อสร้างอำนาจทางการค้าในประเทศไทย แล้วสุดท้าย พวกนี้จะคุมทั้งหมด ทั้งสินค้าต้องเป็นของตัวเอง ร้านค้าต้องเป็นของตัวเอง แล้วสังคมไทยจะอยู่อย่างไร ลูกหลานเราก็ต้องตกเป็นทาสตลอดไป แล้วเราก็จะเสียเอกราชทางเศรษฐกิจ โดยไม่ต้องเสียดินแดน เพราะต่างชาติยึดประเทศด้วยเศรษฐกิจก่อน ถ้าไม่สำเร็จก็ทำให้ประเทศนั้นวุ่นวาน แล้วแยกประเทศออกเพื่อยึดทรัพยากร เหมือนที่เรารู้เช่นเห็นชาติทุกวันนี้

คนไทยควรตระหนักถึงปัญหานี้ เพราะเมื่อก่อน LOTUS ขายสินค้าทั่วไป ตอนนี้มีร้านขายยา ขายคอมพิวเตอร์ ขายอาหาร ขายผัก ขายหมู ขายเสื้อผ้า ขาย CD ขายมือถือ ต่อไปคงจะขายทุกอย่าง แล้วลองนึกภาพดูว่าคนไทยจะขายอะไรต่อไป ถ้าจะไม่ขายสินค้า ไปผลิตสินค้า ก็ต้องผลิตป้อนให้ LOTUS วันหนึ่ง LOTUS บอกเลิกขาย คนไทยก็เจ๊ง วันนี้เราพอจะสู้ได้ เราต้องร่วมกันสู้ ก่อนที่จะไม่มีอาชีพอะไรเหลือให้ลูกหลาน (พอจะเหลือ จับกัง, พนักงานเก็บเงิน, พนักงานต้อนรับ, ยาม, แม่บ้าน)

ลูกหลานเราจะเรียนอะไรดี

  • เรียนบัญชี, เรียนการจัดการ : จบมาก็ไม่มีงานทำ เพราะไม่มีร้านค้าไหนเหลือรอด สุดท้ายเป็นพนักงานบริษัทต่างชาติ
  • เรียนเขียนโปรแกรม : จะหาลูกค้าที่ไหนมาจ้างเขียน หรือจ้างทำ Web Site สุดท้ายเป็นโปรแกรมเมอร์รับงานเมืองนอกมาทำ โดนกดค่าแรง
  • เรียนหมอ : จะหาลูกค้าที่ไหน คนไทยได้ค่าแรงรายวันจาก LOTUS สุดท้ายเป็นหมอในโรงพยาบาลของต่างชาติ บริการคนต่างชาติ และคนรวย คนจนก็ตายกันต่อไป
  • เรียนเป็นนักออกแบบ : จะสร้างอะไร ลูกค้าไม่มี สุดท้ายก็รับจ้างออกแบบบ้านให้คนต่างชาติ
  • เรียนตำรวจ, ทหาร : อันนี้เข้าท่า เพราะยังไงก็ได้เงินเดือนจากภาษี (ถ้ามีภาษีนะ) ไม่งั้นก็รับ JOB เฝ้าร้านทองใน LOTUS
  • เรียนทำอาหาร : เปิดร้านอาหารก็ไม่ได้ เพราะเฟรนชายเต็มไปหมด สุดท้ายเปิดร้านขายข้าวแกง
ความจริงก็คือ เราต้องพัฒนาคนของเราให้สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ แต่ตอนนี้ไม่ใช่อย่างนั้น เราควรจะออกระเบียบให้การแข่งขันเป็นธรรม ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างชาติ มารังแกคนไทย ตอนที่คนไทยยังไม่พร้อม WTO ยังให้เวลาทุกประเทศเปิดการค้า 20 ปี แต่ประเทศไทยไม่สน เปิดหมดทุกอย่าง แล้วอย่างนี้เราจะสู้ต่างชาติได้อย่างไร

การดำเนินธุรกิจจำเป็นที่จะต้องมีทุน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นต้องเป็นระบบทุนนิยม แต่ทุนนิยมก็เป็นดาบสองคม อยู่ที่ว่าจะควบคุมอย่างไร ให้ทุนนิยมเหล่านั้น เป็นทุนนิยมด้านบวกมากกว่าด้านลบ ที่เราเรียกว่า "ทุนนิยมคุณธรรม ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง" ก็ต้องอาศัยรัฐบาลที่ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และที่สำคัญต้องอาศัยประชาชนด้วยกัน ที่ต้องตระหนักถึงธรรมชาติของระบบทุนนิยมอย่างถ่องแท้ เพราะเราต้องยอมรับว่า ในโลกยุคปัจจุบัน เราไม่สามารถหลีกหนีระบบนี้ไปได้ แต่จะอยู่อย่างไรกับระบบนี้ เป็นสิ่งที่คนรุ่นเราต้องคิดและทำ เพื่อป้องป้อง และสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นต่อไป
  • ทุนนิยมในชาติ เป็นสิ่งที่ดี เพราะผู้ที่เป็นกลุ่มทุนเป็นคนที่อยู่ในสังคม สุดท้ายกำไร เงินภาษี ก็จะตกอยู่กับสังคมในชาติ
  • ทุนนิยมต่างชาติ เป็นสิ่งที่ดี ถ้าใช้ในการทำดี แต่ในปัจจุบัน สิ่งที่มองเห็นไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะทุนต่างชาติ เพียงเพื่อเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ เห็นพนักงานท้องถิ่นเป็นแค่ตัวเลขต้นทุน กดค่าแรงเพื่อลดต้นทุน สุดท้ายนำกำไรกลับไปยังต่างประเทศ ที่เหลือไว้ คือขยะ และความชอกช้ำของผู้คนจำนวนมาก

ระบบทุนนิยมที่ขาดคุณธรรม การดำเนินธุรกิจ เพียงเพื่อทำลายคู่แข่งให้สิ้นไป และสร้างกำไรในภายหลัง สุดท้ายผู้ผลิตสินค้าในประเทศก็จะโดนกดราคาสินค้า ผู้บริโภคก็จะต้องซื้อสินค้าในราคาแพง ดังจะเห็นได้จากประเทศ อเจนติน่าซึ่งได้ล่มสลาย เสียความมั่นคงด้านเศรษฐกิจไปเรียบร้อยแล้ว จริงอยู่ วันนี้อเจนติน่าได้หลุดพ้นจากภาวะวิกฤติ แต่ก็ได้เ้ข้าสู่ยุคใหม่ คือยุคผูกขาดของทุนนิยมข้ามชาติ อย่างเต็มรูปแบบ

ขั้นตอนการทำธุรกิจ ที่ทำลายผู้ผลิต, เกษตรกร และผู้จำหน่ายสินค้าในประเทศไทย

  • ลด, แลก, แจก, แถม ทำให้ผู้ำจำหน่ายสินค้ารายอื่นแ่ข่งขันไม่ได้ และปิดตัวเองไป อาจจะดูดีในมุมมองของผู้บริโภค แต่นี้เป็นเพียงการเริ่มต้น เพราะสุดท้ายเมื่อไร้คู่แข่ง ก็สามารถกำหนดราคาขายได้ตามชอบใจ และซื้อสินค้าจากผู้ผลิตในราคาที่พอใจ
  • In House Brand โดยการบังคับให้ผู้ผลิตซึ่งมี Brand ตัวเอง ผลิตโดยติด Brand ที่ต้องการ เพื่อเป็นการลดราคาอีกทอดหนึ่ง สุดท้ายผู้ผลิตก็จะกลายสภาพเป็นทาสเต็มรูปแบบ เพราะถ้าไม่ทำ ก็จะขายไม่ได้ัทั้ง Brand ดั้งเดิมของตัวเองด้วย เพราะผู้จำหน่ายรายย่อย ผู้จำหน่ายรายใหญ่ ก็ปิดตัวเองไปหมดแล้ว ผู้ผลิตก็จะไร้ช่องทางการจำหน่าย และจำเป็นจะต้องจำหน่ายให้กับกลุ่มทุนไม่กี่กลุ่ม ราคาสินค้าก็จะถูกกำหนดโดยกลุ่มทุนทั้งหมด
  • Import โดยการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อทดแทนผู้ผลิตในประเทศในที่สุด เหตุผลคือต่างประเทศราคาถูกกว่า โดยอาศัยข้อตกลง FTA เช่นนำเ้ข้าจากประเทศจีน และกำหนดราคาขายตามชอบใจต่อไป

ข้อดีที่เราพอจะมองเห็น จากการลงทุนของกลุ่มทุนเหล่านี้

  • มีการจ้างงานในพื้นที่เพิ่มขึ้น แต่อย่าลืมว่าผู้จัดจำหน่าย และร้านค้าทั่วไป ต้องปิดตัวเอง คุ้มหรือไม่ที่มีการจ้างงาน 3-4 ร้อยตำแหน่ง แต่มีผู้ตกงานที่ไม่มีความสามารถทำงานอื่นได้ นับพันตำแหน่ง เช่น พนักงานขาย พนักงานส่งสินค้า แม้แต่ครอบครับเถ้าแก่ก็ตกงาน และที่สำคัญ การจ้างงานใหม่ก็จ้างอย่างไม่เป็นธรรม โดยจ้างเป็นรายวัน ไม่มีสวัสดิการ โดยอาศัยเงื่อนไขของกฏหมายแรงงานที่ยังอ่อนแอ
  • มีกาำรจัดจำหน่ายสินค้าของชุมชน เช่น OTOP และมีการนำไปจำหน่ายยังต่างประเทศด้วย คุ้มหรือไม่ เพราะสุดท้ายสินค้าชุมชน ก็จะต้องอาศัยกลุ่มทุนจำหน่ายให้ โดยผู้ผลิตสินค้าชุมชน ไม่สามารถกำหนดราคาได้เองอีกต่อไป ผลิตสินค้ามากมายเพียงเพื่อรักษายอดสั่งซื้อ แต่ไม่มีกำไรเหลือ

    สุดท้ายประเทศไทยจะเหลืออะไร เมื่อทุกจังหวัด ทุกอำเภอ และอาจจะทุกหมู่บ้าน มีแต่ LOTUS, BIG C และนอมินี้ของ LOTUS

    • ร้านค้าปลีกประจำตำบล, อำเภอ, จังหวัด ต้องปิดตัวลง และมี Lotus Express ขึ้นมาแทน
    • ร้านค้าส่งประจำจังหวัดต้องปิดตัวลง เพราะไม่รู้จะส่งให้ใคร
    • ร้านค้าส่งเช่น โบ้เบ้ ก็ต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีคนมาสั่งสินค้า
    • โรงงานต้องปิด เพราะโดนบีบจนไม่มีกำไรเหลือ
    • ลูกหลานไทยตกงาน หรือไม่ก็ทำงานที่ LOTUS ค่าแรงเป็นรายชั่วโมง
    • ทำโปรแกรมบัญชี ก็ไม่รู้จะขายให้ใคร LOTUS คงไม่ซื้อโปรแกรไทย
    • ทำน้ำพริก ก็ไม่รู้จะขายให้ใคร ขายให้ LOTUS ก็โดนค่าวางสินค้า โดยกดราคา
    • ปลูกผัก ก็ไม่รู้จะขายให้ใคร ขายให้ LOTUS ก็โดนอีก
    • ลูกหลายไทย เรียนหนังสือไป ก็ไม่มีงานทำ เพราะไม่รู้จะทำอะไร ค้าขายก็ไม่ได้ ผลิตสินค้าแล้วก็ไม่มีคนซื้อ
    • รัฐบาลก็จะเก็บภาษีกับใคร เพราะกลุ่มทุนเหล่านี้ ก็ไม่เสียภาษี (เช่น รวมบัญชีทำที่สำนักงานใหญ่ ก็ลดภาษีได้ ขาดทุนเอาไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง) อย่าลืม เค้ามีเงินจ้างนักหลบภาษี
    • แล้วประชาชนจะอยู่อย่างไร

    "ความมั่งคั่งของประเทศไทย จะเกิดได้ด้วยความมั่งคั่งของประชาชนไทย ไม่ใช่ดูจากยอดค้าปลีกของห้างต่างชาติ" ด้วยความเชื่อที่ว่า กลุ่มทุนกลุ่มใหญ่ที่สุด ก็คือ ผู้ผลิตในประเทศ และผู้จัดจำหน่ายในประเทศ แต่ยังไม่ได้รวมตัวกันเท่านั้น ถ้าผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายสามารถรวมตัวกันได้ ก็จะเกิดกลุ่มทุนที่ใหญ่ที่สุด แต่เป็นกลุ่มทุนที่สร้างสรรค์ เพราะเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน ด้วยแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง คำถามคือจะทำอย่างไร และเมื่อใด และถ้าเกิดกลุ่มทุนที่ใหญ่ที่สุด จะสามารถสร้างอำนาจต่อรองกับกลุ่มทุนอื่นๆ และจะสร้างข้อดีต่อสังคมในชาติมากมาย เช่น
  • ผู้ผลิต สามารถผลิตสินค้าจำนวนน้อย แต่ัยังคงมีำกำไรที่ได้จากผลต่างของการโฆษณา และการตลาดที่ถูกกลุ่มทุนใหญ่เบียดบังไว้
  • ผู้จัดจำหน่าย สามารถซื้อสินค้าในราคาที่ถูกลง และมีกำไรต่อการขายมากยิ่งขึ้น ไม่จำเป็นต้องขายสินค้าจำนวนมาก
  • ผู้บริโภค ได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ ไม่ต้องเสียค่าเดินทางเพื่อไปซื้อสินค้าที่ห้างขนาดใหญ่

แนวทางการต่อสู้กับธุรกิจข้ามชาติ ที่เราพอจะทำได้ ก่อนที่จะเปลี่ยนจากเถ้าแก่ ไปเป็นพนักงานเก็บเงินของ Lotus

  • SMLSoft แจกโปรแกรมฟรี เพื่อเป็นสื่อสำหรับเชื่อมต่อผู้ผลิต ผู้ส่งสินค้า ผู้ค้าปลีก และผู้บริโภคเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความสะดวก รวดเร็ว ลดต้นทุน เพื่อแข่งขันกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ โดยอาศัย Internet เป็นสื่อกลาง เช่น เมื่อสินค้าของร้านค้าปลีกหมด โปรแกรมของ SMLSoft จะทำการติดต่อแจ้งขอราคาจากผู้ผลิตทันที ผ่าน web site www.smlmarket.com และเมื่อตกลงราคากันได้แล้ว ผู้ผลิตสามารถเลือกผู้ส่งสินค้าได้ และวางแผนการจัดส่งเพื่อลดต้นทุนได้ด้วยความรวดเร็ว ฝ่ายร้านค้าปลีกก็สามารถตรวจสอบได้ว่า สินค้าจะมาถึงเมื่อไหร่ เพื่อวางแผนการขายต่อไป ระบบนี้ถึงแม้จะยาก แต่เราจะพยายามด้วยการพัฒนาโปรแกรมให้เข้าถึงกลุ่มธุรกิจให้มากที่สุด เพื่อให้การเชื่อมต่อสำเร็จตามจุดมุ่งหมาย
  • เป้าหมายต่อไปคือผู้บริโภค ประเภทสินค้าเติมเต็ม เช่น กะปิ, น้ำปลา, น้ำตาล เมื่อสินค้าหมด ผู้บริโภคตามบ้าน สามารถบันทึก Barcode จากขวดเปล่า หรือกล่องเปล่าของสินค้า และระบบ จะทำการแจ้งไปยังร้านค้าปลีกที่อยู่ใกล้บ้าน เพื่อให้เสนอราคา และทำการส่งสินค้าให้ถึงบ้านโดยอัตโนมัติ ด้วยความเชื่อที่ว่า ต่อไป Internet ความเร็วสูงจะเข้าถึงบ้านได้เกือบทุกแห่ง
  • ถ้าธุรกิจไทย สามารถใช้ระบบนี้ได้แล้ว สุดท้ายเราก็สามารถแข่งขันกับทุนต่างชาติได้ เพราะห้างขนาดใหญ่ ไม่สามารถลดต้นทุนการดำเนินการได้ (ค่าที่ดิน,ค่าแอร์,ค่าพนักงาน)


บริษัท เอสเอ็มแอล ซอฟต์ จำกัด 085-2298713
©SMLSoft All rights reserved.