Close

วิธีคำนวณต้นทุนสินค้า

วิธีคำนวณ ต้นทุนสินค้า

โปรแกรมมีความสามารถในการคำนวณต้นทุนได้หลายรูปแบบ แล้วแต่ลักษณะของสินค้า และกิจการ ซึ่งขึ้นอยู่กับการแจ้งกับ กรมสรรพากร ว่าเราทำบัญชีต้นทุนสินค้าแบบไหน การคำนวณต้นทุนสินค้าในโปรแกรม SML มีดังนี้คือ

  • ต้นทุนถ้วเฉลี่ย (Moving Average Method) หรือต้นทุนเฉลี่ยแบบเคลื่อนที่
  • ต้นทุน FIFO (First in First Out,เข้าก่อน ออกก่อน)
  • ต้นทุน LIFO (Last in First Out,เข้าหลัง ออกก่อน)
  • ต้นทุน Lot กำหนดเอง (กำหนด Lot ตาม Order สินค้าสั่งผลิต)
  • ต้นทุนมาตรฐาน (Fixed Cost)

เพิ่มความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ตามตัวอย่าง จะทำรายการเพื่อทดสอบต้นทุนดังนี้คือ

  1. I-001,ซื้อกระเบื้อง 5 กล่อง กล่องละ 500 บาท
  2. I-002,ซื้อกระเบื้อง 20 กล่อง กล่องละ 550 บาท
  3. I-003,ซื้อกระเบื้อง 14 กล่อง กล่องละ 530 บาท
  4. S-001,ขายกระเบื้อง 8 กล่อง กล่องละ 580 บาท
  5. I-004,ซื้อกระเบื้อง 20 กล่อง กล่องละ 550 บาท
  6. R-001,รับคืนกระเบื้องจากการขาย 2 กล่อง รับคืนกล่องละ 580 บาท (อ้างอิงใบขายเดิม S-001)
  7. S-002,ขายกระเบื้อง 4 กล่อง กล่องละ 590 บาท

ตามตัวอย่าง โปรแกรมจะคำนวณให้ดังนี้

ต้นทุนถัวเฉลี่ย 

average-cost-1
ต้นทุนสินค้า

ตัวอย่าง การคำนวณต้นทุนถ้วเฉลี่ยแบบต่อเนื่อง ด้วยโปรแกรม

สิ่งที่ต้องสังเกตุ คือ วิธีการคำนวณต้นทุนถ้วเฉลี่ย ดังนี้คือ

  • แบบที่ 1 : ต้นทุนถ้วเฉลี่ย=มูลค่าสินค้าคงเหลือ/จำนวนสินค้าคงเหลือ ทำให้ ต้นทุนรายการที่ 7 ไม่เท่ากันกับต้นทุนรายการที่ 8 คือมีการคำนวณต้นทุนทุกครั้งที่ จำนวนสินค้า และมูลค่ารวมสินค้าคงเหลือเปลี่ยนไป
  • แบบที่ 2 : ต้นทุนถ้วเฉลี่ย=ทำเมื่อ ซื้อ,รับคืน,รับสำเร็จรูป,รับโอน คือเมื่อมีการรับสินค้าเข้า ถึงจะมีการคำนวณต้นทุนใหม่

ต้นทุน FIFO

ตัวอย่าง การคำนวณต้นทุน เข้าก่อน ออกก่อน (FIFO) ด้วยโปรแกรม

ตัวอย่าง FIFO ในโปรแกรม ตรวงเลขที่เอกสารจะมีหมายเลข Lot ซึ่งโปรแกรมสร้างให้โดยอัตโนมัติ เพื่อการตรวจสอบการคำนวณ และกรณีสินค้าออก มีการตัดหลาย Lot โปรแกรมจะแสดงเครื่องหมาย + นำหน้า เพื่อแจกแจงต้นทุนให้ตรวจสอบได้ง่ายยิ่งขึ้น
* ระบบ FIFO ห้ามสินค้าติดลบเด็ดขาด เพราะจะทำให้การคำนวณผิดพลาด *

© 2019 SML Soft | WordPress Theme: Annina Free by CrestaProject.