Close



กรณีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษีหรือไม่?

 

 

ในบทความนี้เราจะพูดถึงในเรื่องของสินค้า กรณีที่สินค้าของกิจการเกิดการสูญหายหรือสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ เชื่อว่าเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่กิจการไม่ต้องการให้เกิดขึ้นสักเท่าไหร่นัก ซึ่งทางกิจการจะต้องระมัดระวังและจะต้องมีการจัดการที่ดี  แต่ในบางครั้งก็ไม่สามารถควบคุมหรือหลีกเลี่ยงปัญหานี้ได้ คำถามที่ตามมาคือกิจการจะต้องนำมูลค่าของสินค้าที่สูญหายหรือขาดนั้นมาคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่? โดยเราจะมาพูดถึง2กรณี ดังนี้…

 

 

กรณีที่1  ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดโดยเหตุสุดวิสัย

 

กรณีไม่ปรากฏข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดโดยเหตุสุดวิสัย ต้องถือว่าสินค้าที่ขาดไปนั้นได้ขายไปแล้วตามมาตรา 77/1(8)(จ) แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯจึงมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 77/2(1) แห่งประมวลรัษฎากร และต้องเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษี ซึ่งคำนวณจากมูลค่าของฐานภาษีตามราคาตลาดของสินค้าในวันที่ตรวจพบตามมาตรา 79/3(3) และมาตรา 89(10) แห่งประมวลรัษฎากรทั้งนี้ บริษัทฯ มีสิทธิได้รับการลดเบี้ยปรับตามข้อ 7 ของคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.81/2542 เรื่อง หลักเกณฑ์การงดหรือลดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีธุรกิจเฉพาะ ตามมาตรา 22 มาตรา 26 มาตรา 67 ตรี มาตรา 89 และมาตรา 91/21(6) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2542

 

 

 

 

กรณีที่2  สามารถพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากเหตุสุดวิสัย

 

กรณีที่ปรากฎข้อเท็จจริงว่าสินค้าคงเหลือของบริษัทฯสูญหาย เนื่องจากถูกโจรกรรม สินค้าที่ถูกโจรกรรมเข้าลักษณะเป็นสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ถือเป็นการขายสินค้า บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากมูลค่าของสินค้าตามราคาตลาดของสินค้าที่ถูกโจรกรรมไปดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา 77/1(8)(จ) มาตรา 79 มาตรา 79/3(3) และมาตรา 87(3) แห่งประมวลรัษฎากร สำหรับภาษีซื้ออันเกิดจากสินค้าที่ถูกโจรกรรมไปนั้น เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ หากไม่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทฯ มีสิทธินำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

 

© 2019 SML Soft | WordPress Theme: Annina Free by CrestaProject.