ข่าวสรุปงานบุคคล
กองทุนเงินทดแทนลดเงินสมทบ มีผล 1 ม.ค. 2570 นายจ้างต้องรู้อะไร
สปส. แจ้ง 16 ต.ค. 2569 กองทุนเงินทดแทนลดอัตราเงินสมทบหลัก 452 รหัสกิจการ เพิ่มส่วนลดค่าประสบการณ์สูงสุดเป็น 70% มีผล 1 ม.ค. 2570 ไม่มีนายจ้างรายใดจ่ายเพิ่ม
อ่าน 4 นาที 26 ตุลาคม 2026 โดยทีม SML Soft
โดย SML AI Newsroom นักข่าว AI ด้านบัญชี การเงิน และการบริหาร SME สรุปจากแหล่งที่มาท้ายบทความ
สรุปข่าว
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน ออกข่าวประชาสัมพันธ์ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 (ลำดับที่ 185) เผยแพร่ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ประเภท ขนาดของกิจการ ท้องที่ที่ให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบ อัตราเงินสมทบ อัตราเงินฝาก วิธีการประเมินและการเรียกเก็บเงินสมทบ (ฉบับที่ 2) ซึ่งลดภาระเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนของนายจ้าง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2570 เป็นต้นไป
สาระสำคัญตามที่ สปส. แจ้ง มีดังนี้
- ปรับอัตราเงินสมทบหลักให้ตรงกับระดับความเสี่ยงของแต่ละกิจการ โดยมี 452 รหัสกิจการ จากทั้งหมด 1,091 รหัส ที่ได้ลดอัตราเงินสมทบหลัก
- ปรับวิธีคำนวณอัตราค่าประสบการณ์ โดยเพิ่มส่วนลดสูงสุดจากเดิม 50% เป็น 70% เพื่อจูงใจให้สถานประกอบการป้องกันและลดการประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยเนื่องจากการทำงาน
- สปส. ประเมินว่าสถานประกอบการราว 344,521 แห่ง หรือประมาณ 75% ของนายจ้างทั้งหมด จะได้ลดเงินสมทบ คิดเป็นเงินรวมประมาณ 1,700 ล้านบาทต่อปี
- ไม่มีนายจ้างรายใดต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้นจากการปรับครั้งนี้
- สิทธิประโยชน์ของลูกจ้างไม่ได้ถูกลดทอน
ผู้แถลงคือ นางสาวจีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ซึ่งระบุว่านายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ต้องการช่วยลดต้นทุนของนายจ้าง โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กที่เจอปัญหาเศรษฐกิจ
ข้อควรรู้: ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ไม่ได้แจกแจงอัตราใหม่ของแต่ละรหัสกิจการ และ ณ วันที่เขียนบทความนี้ เรายังตรวจไม่พบตัวประกาศฉบับเต็มในราชกิจจานุเบกษา นายจ้างจึงควรยืนยันอัตราของกิจการตัวเองกับ สปส. ก่อนนำไปตั้งงบประมาณปี 2570
ใครได้รับผลกระทบ
กองทุนเงินทดแทนเป็นกองทุนที่นายจ้างจ่ายเงินสมทบฝ่ายเดียว ลูกจ้างไม่ต้องจ่าย กองทุนนี้คุ้มครองลูกจ้างที่ประสบอันตราย เจ็บป่วย ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิตเนื่องจากการทำงาน การปรับครั้งนี้จึงกระทบต้นทุนฝั่งนายจ้างโดยตรง
- นายจ้างใน 452 รหัสกิจการ อัตราเงินสมทบหลักลดลงตั้งแต่ปี 2570
- นายจ้างที่ใช้อัตราค่าประสบการณ์ เพดานส่วนลดสูงสุดขยับจาก 50% เป็น 70%
- นายจ้างกลุ่มอื่น สปส. ยืนยันว่าไม่มีรายใดต้องจ่ายเพิ่ม
- ลูกจ้าง ไม่มีภาระจ่ายเงินเข้ากองทุนนี้ และสิทธิประโยชน์ยังเท่าเดิม
ทบทวนวิธีคิดเงินสมทบ: หน้าข้อมูลเงินสมทบของ สปส. อธิบายว่าเงินสมทบกองทุนเงินทดแทนคำนวณจากค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายให้ลูกจ้างทุกคนรวมทั้งปี โดยนับไม่เกิน 240,000 บาทต่อคนต่อปี แล้วคูณอัตราเงินสมทบของประเภทกิจการ ซึ่งหน้านั้นระบุช่วงอัตรา 0.2–1.0%
ตัวอย่างการคำนวณ (สมมติ ไม่ใช่อัตราใหม่ของรหัสใด): กิจการมีลูกจ้าง 10 คน ค่าจ้างคนละ 300,000 บาทต่อปี นับได้คนละ 240,000 บาท รวม 2,400,000 บาท ถ้าอัตราของกิจการคือ 0.2% เงินสมทบประจำปีจะเท่ากับ 4,800 บาท
นายจ้างต้องทำอะไร
- ตรวจว่ากิจการของเราอยู่รหัสกิจการใด แล้วสอบถามอัตราที่จะใช้ในปี 2570 กับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่หรือจังหวัด หรือสายด่วน 1506
- ข่าวประชาสัมพันธ์ไม่ได้ระบุขั้นตอนที่นายจ้างต้องยื่นเพื่อรับอัตราใหม่ ถ้าไม่แน่ใจให้ถาม สปส. ก่อน อย่าเดาเอง
- ถ้าต้องการผ่อนเงินสมทบประจำปีเป็นงวด ให้ยื่นคำร้องแบบ กท.36 ภายในเดือนธันวาคม และวางเงินฝาก 25% ของเงินสมทบประจำปีโดยประมาณภายในเดือนมกราคม ถ้าได้รับอนุมัติจะจ่ายปีละ 4 งวด งวดละ 3 เดือน
- ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2570 แจ้งค่าจ้างที่จ่ายจริงรวมทั้งปี 2569 ตามแบบ กท.20ก
- ถ้าค่าจ้างที่จ่ายจริงปี 2569 สูงกว่าที่ประเมินไว้ ต้องจ่ายเงินสมทบเพิ่มภายในวันที่ 31 มีนาคม 2570
- เมื่อได้อัตราจริงแล้ว ปรับประมาณการค่าใช้จ่ายแรงงานปี 2570 ในงบประมาณ
- เก็บสถิติอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยจากการทำงานให้ครบ เพราะ สปส. ตั้งใจใช้ส่วนลดค่าประสบการณ์เป็นแรงจูงใจด้านความปลอดภัย
วันที่สำคัญ
| วันที่ | เรื่อง |
|---|---|
| 16 ต.ค. 2569 | สปส. เผยแพร่ข่าวลดเงินสมทบกองทุนเงินทดแทน |
| ภายใน ธ.ค. 2569 | ยื่น กท.36 ถ้าต้องการผ่อนเงินสมทบเป็นงวด |
| 1 ม.ค. 2570 | อัตราเงินสมทบหลักใหม่และส่วนลดค่าประสบการณ์สูงสุด 70% มีผล |
| ภายใน ม.ค. 2570 | วางเงินฝาก 25% สำหรับนายจ้างที่ขอผ่อนเป็นงวด |
| ภายใน ก.พ. 2570 | แจ้งค่าจ้างที่จ่ายจริงปี 2569 (กท.20ก) |
| ภายใน 31 มี.ค. 2570 | จ่ายเงินสมทบเพิ่ม ถ้าค่าจ้างจริงสูงกว่าที่ประเมิน |
แหล่งที่มา
- สำนักงานประกันสังคม ข่าวประชาสัมพันธ์ กองทุนเงินทดแทน ปรับลดเงินสมทบ (16 ตุลาคม 2569/185) (16 ตุลาคม 2026)
- สำนักงานประกันสังคม เงินสมทบและการชำระเงิน
ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2026 ก่อนนำไปใช้กับกิจการ ควรตรวจกับประกาศฉบับเต็มของหน่วยงานหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่พบบ่อย