Auto GL
ลงบัญชีอัตโนมัติ บันทึกครั้งเดียว เดบิตเท่าเครดิต
งานที่กินเวลานักบัญชีมากที่สุดอย่างหนึ่งคือการนำเอกสารซื้อขายมาลงสมุดรายวันซ้ำอีกรอบ ทั้งที่ข้อมูลอยู่ในเอกสารครบแล้ว บทความนี้อธิบายหลักบัญชีคู่ เดบิตเท่าเครดิต พร้อมตัวอย่างรายการบัญชี และวิธีที่ SML ลงบัญชีให้อัตโนมัติจากการบันทึกเอกสารเพียงครั้งเดียว
อ่าน 5 นาที 25 ตุลาคม 2026 โดยทีม SML Soft
หลักบัญชีคู่ เดบิตต้องเท่ากับเครดิต
บัญชีคู่ (Double-Entry) คือหลักที่ทุกรายการค้าต้องบันทึกอย่างน้อย 2 ด้าน ด้านหนึ่งเป็นเดบิต อีกด้านเป็นเครดิต และยอดทั้งสองด้านต้องเท่ากันเสมอ หลักนี้ทำให้สมการบัญชี สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนของเจ้าของ สมดุลตลอดเวลา ถ้าเดบิตรวมไม่เท่ากับเครดิตรวม แปลว่ามีรายการบันทึกผิดหรือขาดไป
- ทุกรายการมีทั้งด้านเดบิตและด้านเครดิต
- ยอดเดบิตรวมต้องเท่ากับยอดเครดิตรวมทุกรายการ
- สินทรัพย์และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น บันทึกด้านเดบิต
- หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ และรายได้ที่เพิ่มขึ้น บันทึกด้านเครดิต
ตัวอย่างการลงบัญชีจากการขายสินค้าเงินเชื่อ
สมมติกิจการขายสินค้าเงินเชื่อให้ลูกค้า 10,000 บาท สินค้านี้มีต้นทุน 6,000 บาท และกิจการบันทึกสินค้าคงเหลือแบบต่อเนื่อง ตัวอย่างนี้ไม่รวมภาษีเพื่อให้เห็นหลักการชัด ถ้ากิจการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม จะมีบรรทัดภาษีขายเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด การขายหนึ่งครั้งจึงเกิดรายการบัญชี 2 คู่ เดบิตรวม 16,000 บาท เท่ากับเครดิตรวม 16,000 บาท เมื่อลูกค้าชำระเงิน จะบันทึกอีกรายการหนึ่งเพื่อตัดลูกหนี้
- เดบิต ลูกหนี้การค้า 10,000 / เครดิต รายได้จากการขาย 10,000
- เดบิต ต้นทุนขาย 6,000 / เครดิต สินค้าคงเหลือ 6,000
- รวมเดบิต 16,000 = รวมเครดิต 16,000
- วันรับชำระ: เดบิต เงินฝากธนาคาร 10,000 / เครดิต ลูกหนี้การค้า 10,000
ลงบัญชีด้วยมือ ผิดพลาดตรงไหนบ้าง
เมื่อเอกสารซื้อขายกับสมุดบัญชีต้องคีย์แยกกัน ข้อมูลชุดเดียวกันถูกบันทึก 2 รอบ โอกาสผิดจึงเพิ่มขึ้น ทั้งตัวเลขไม่ตรงกับเอกสาร เลือกรหัสบัญชีผิด หรือลืมลงบางรายการ ปัญหาที่หนักกว่าคือเมื่อแก้เอกสารภายหลังแต่ไม่ได้แก้รายการบัญชีตาม ยอดในเอกสารกับยอดในบัญชีจะเริ่มไม่ตรงกันโดยไม่มีใครรู้ จนถึงตอนปิดงบจึงต้องมาไล่กระทบยอดทีละรายการ
- คีย์ข้อมูลชุดเดียวกันซ้ำ 2 รอบ
- เลือกรหัสบัญชีผิด หรือสลับด้านเดบิตกับเครดิต
- แก้เอกสารแล้วไม่ได้แก้รายการบัญชีตาม
- ยอดสต๊อก ต้นทุน และบัญชีไม่ตรงกันตอนปิดงบ
SML บันทึกเอกสารครั้งเดียว ได้ทั้งสต๊อก ต้นทุน และ GL
ใน SML Ai Account & ERP ผู้ใช้บันทึกเฉพาะเอกสารซื้อหรือขาย ระบบคำนวณยอดสต๊อก ต้นทุนสินค้า และรายการบัญชีแยกประเภท (GL) ให้จากข้อมูลในเอกสารนั้น ไม่ต้องลงสมุดรายวันซ้ำ จุดสำคัญคือระบบคำนวณใหม่จากข้อมูลต้นทางทุกครั้ง คำนวณกี่รอบผลลัพธ์ก็เหมือนเดิม ยอดในเอกสาร สต๊อก และบัญชีจึงมาจากข้อมูลชุดเดียวกัน ต้นทุนสินค้าใช้วิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ เรียงตามลำดับเวลาเอกสาร
- บันทึกเอกสารซื้อ-ขายครั้งเดียว ไม่ต้องลงสมุดรายวันซ้ำ
- คำนวณสต๊อก ต้นทุน และรายการ GL จากข้อมูลต้นทาง
- คำนวณซ้ำกี่รอบ ผลลัพธ์เหมือนเดิม
- ต้นทุนสินค้าใช้วิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)
ตรวจเดบิตเท่าเครดิต และงวดบัญชี ก่อนบันทึก
ก่อนบันทึกรายการลงบัญชีแยกประเภท SML ตรวจว่าเดบิตรวมเท่ากับเครดิตรวม ถ้าไม่เท่ากันระบบไม่ให้บันทึก ระบบยังตรวจงวดบัญชีตอนบันทึกเอกสาร และตัวโปรแกรมออกแบบโดยห้ามเขียนคำสั่งฐานข้อมูลตรงลงตารางเงิน ส่วนค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ ระบบสร้างรายการเดบิตและเครดิตให้อัตโนมัติด้วยวิธีเส้นตรง เมื่อต้องยกเลิกเอกสาร ระบบใช้การออกเอกสารยกเลิกแยกต่างหาก ไม่ลบเอกสารเดิม
- เดบิตรวมไม่เท่าเครดิตรวม บันทึกไม่ได้
- ตรวจงวดบัญชีตอนบันทึก
- ห้ามเขียนคำสั่งฐานข้อมูลตรงลงตารางเงิน
- ค่าเสื่อมราคาลงบัญชีอัตโนมัติ (วิธีเส้นตรง)
- ยกเลิกด้วยเอกสารยกเลิก ไม่ลบเอกสารเดิม
ขายหน้าร้านด้วย SML POS ก็ลงบัญชีอัตโนมัติ
สำหรับร้านค้าที่ขายหน้าร้าน บิลจากแอป SML POS ถูกแปลงเป็นเอกสารขาย ลงบัญชี และตัดสต๊อกอัตโนมัติตามคิว พนักงานหน้าร้านไม่ต้องส่งยอดให้ฝ่ายบัญชีคีย์ใหม่ ถ้าอินเทอร์เน็ตหลุด SML POS ยังขายต่อได้ โดยเก็บบิลไว้ในเครื่อง แล้วส่งขึ้นระบบเมื่ออินเทอร์เน็ตกลับมา ร้านค้ายังรับชำระด้วย PromptPay QR และใช้ระบบสมาชิกกับเครื่องมือโปรโมชันได้หลายรูปแบบ
- บิล POS แปลงเป็นเอกสารขายอัตโนมัติตามคิว
- ลงบัญชีและตัดสต๊อกโดยไม่ต้องคีย์ซ้ำ
- อินเทอร์เน็ตหลุดก็ขายต่อได้ เก็บบิลไว้ในเครื่อง
- รับชำระ PromptPay QR พร้อมระบบสมาชิกและโปรโมชัน
คำถามที่พบบ่อย