ข้ามไปเนื้อหาหลัก

ต้นทุนสินค้า

ต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ คำนวณอย่างไร

ราคาซื้อสินค้าแต่ละครั้งมักไม่เท่ากัน คำถามที่ตามมาคือ เมื่อขายออกไปควรใช้ต้นทุนเท่าไร วิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นวิธีหนึ่งที่เข้าใจง่ายและใช้กับการบันทึกสต๊อกแบบต่อเนื่องได้ดี บทความนี้อธิบายสูตร ตัวอย่างตัวเลขที่ตรวจทานได้ และวิธีที่ SML คำนวณให้อัตโนมัติ

อ่าน 6 นาที 25 ตุลาคม 2026 โดยทีม SML Soft

หน้าจอจริงข้อมูลสินค้าใน SML Ai Account & ERP สำหรับคำนวณต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) และต้นทุนสินค้าคงเหลือ

ต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่คืออะไร

ต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ คือวิธีคิดต้นทุนสินค้าโดยเฉลี่ยต้นทุนของสินค้าที่มีอยู่ทั้งหมด และคำนวณค่าเฉลี่ยใหม่ทุกครั้งที่มีสินค้ารับเข้า ค่าเฉลี่ยจึง «เคลื่อนที่» ไปตามราคาที่ซื้อเข้ามา เมื่อขายสินค้าออก จะใช้ต้นทุนเฉลี่ย ณ เวลาที่ขายเป็นต้นทุนขาย การขายไม่ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยเปลี่ยน แต่ทำให้จำนวนและมูลค่าคงเหลือลดลง

  • คำนวณต้นทุนเฉลี่ยใหม่ทุกครั้งที่รับสินค้าเข้า
  • ขายออกใช้ต้นทุนเฉลี่ย ณ ขณะนั้น
  • การขายไม่เปลี่ยนต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วย
  • เหมาะกับสินค้าที่ซื้อเข้าหลายครั้งในราคาต่างกัน

สูตรคำนวณต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่

การคำนวณมี 2 จังหวะ คือตอนรับสินค้าเข้ากับตอนขายสินค้าออก ตอนรับเข้าให้รวมมูลค่าและจำนวนของสินค้าคงเหลือเดิมกับของที่รับเข้า แล้วนำมาหารกันเพื่อหาต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยใหม่ ตอนขายออกให้นำจำนวนที่ขายคูณต้นทุนเฉลี่ยปัจจุบัน ได้เป็นต้นทุนขายของรายการนั้น แล้วหักออกจากมูลค่าคงเหลือ

  • ต้นทุนเฉลี่ยใหม่ = (มูลค่าคงเหลือเดิม + มูลค่าที่รับเข้า) ÷ (จำนวนคงเหลือเดิม + จำนวนที่รับเข้า)
  • ต้นทุนขาย = จำนวนที่ขาย × ต้นทุนเฉลี่ย ณ ขณะนั้น
  • มูลค่าคงเหลือใหม่ = มูลค่าคงเหลือเดิม − ต้นทุนขาย
  • ทุกตัวเลขต้องปัดตามจำนวนทศนิยมที่กำหนดไว้อย่างสม่ำเสมอ

ตัวอย่างการคำนวณทีละขั้น

สมมติสินค้า A มีคงเหลือยกมา 100 ชิ้น ต้นทุนชิ้นละ 50 บาท ระหว่างเดือนมีการซื้อและขายตามลำดับด้านล่าง สรุปท้ายเดือน ต้นทุนขายรวมเท่ากับ 8,100 + 5,600 = 13,700 บาท และเหลือสินค้า 100 ชิ้น มูลค่า 5,600 บาท ตรวจทานได้จากมูลค่าทั้งหมด 5,000 + 11,200 + 3,100 = 19,300 บาท หักต้นทุนขาย 13,700 บาท เหลือ 5,600 บาท ตรงกัน

  • 1 ต.ค. ยกมา 100 ชิ้น × 50 บาท = 5,000 บาท ต้นทุนเฉลี่ย 50 บาท
  • 5 ต.ค. ซื้อ 200 ชิ้น × 56 บาท = 11,200 บาท คงเหลือ 300 ชิ้น มูลค่า 16,200 บาท ต้นทุนเฉลี่ยใหม่ 16,200 ÷ 300 = 54 บาท
  • 10 ต.ค. ขาย 150 ชิ้น ต้นทุนขาย 150 × 54 = 8,100 บาท คงเหลือ 150 ชิ้น มูลค่า 8,100 บาท
  • 15 ต.ค. ซื้อ 50 ชิ้น × 62 บาท = 3,100 บาท คงเหลือ 200 ชิ้น มูลค่า 11,200 บาท ต้นทุนเฉลี่ยใหม่ 11,200 ÷ 200 = 56 บาท
  • 20 ต.ค. ขาย 100 ชิ้น ต้นทุนขาย 100 × 56 = 5,600 บาท คงเหลือ 100 ชิ้น มูลค่า 5,600 บาท

ค่าขนส่งและต้นทุนแฝง ต้องรวมเข้าต้นทุนสินค้า

ต้นทุนสินค้าไม่ได้มีแค่ราคาซื้อ ค่าใช้จ่ายที่จ่ายเพื่อให้ได้สินค้ามาอยู่ในสภาพพร้อมขาย เช่น ค่าขนส่งเข้า โดยทั่วไปต้องรวมเป็นต้นทุนสินค้าด้วย จากตัวอย่างเดิม ถ้าการซื้อวันที่ 5 ต.ค. มีค่าขนส่ง 600 บาทที่บวกเข้าต้นทุน มูลค่าที่รับเข้าจะเป็น 11,800 บาท ต้นทุนเฉลี่ยใหม่จะเป็น (5,000 + 11,800) ÷ 300 = 56 บาทต่อชิ้น แทนที่จะเป็น 54 บาท ถ้าไม่รวมค่าขนส่งเข้าต้นทุน ต้นทุนต่อหน่วยจะต่ำกว่าความจริง ทำให้การตั้งราคาขายและการวิเคราะห์กำไรต่อสินค้าคลาดเคลื่อน

  • ต้นทุนสินค้า = ราคาซื้อ + ค่าใช้จ่ายที่ทำให้ได้สินค้ามาพร้อมขาย
  • ตัวอย่าง: ค่าขนส่ง 600 บาท ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยจาก 54 เป็น 56 บาท
  • ไม่รวมต้นทุนแฝง ต้นทุนต่อหน่วยจะต่ำกว่าความจริง
  • รายการใดควรรวมเป็นต้นทุนสินค้า ควรปรึกษาผู้สอบบัญชี

เอกสารย้อนหลัง ทำให้ต้นทุนเพี้ยนได้อย่างไร

จุดที่ทำให้ต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ผิดบ่อยคือลำดับเวลา จากตัวอย่างเดิม สมมติใบซื้อวันที่ 15 ต.ค. ถูกบันทึกช้า หลังจากบันทึกการขายวันที่ 20 ต.ค. ไปแล้ว ตอนบันทึกการขาย ระบบยังเห็นต้นทุนเฉลี่ย 54 บาท ถ้าโปรแกรมคำนวณต่อจากยอดล่าสุดโดยไม่ย้อนคำนวณใหม่ ต้นทุนขายวันที่ 20 ต.ค. จะค้างอยู่ที่ 5,400 บาท ทั้งที่ค่าที่ถูกต้องตามลำดับวันที่คือ 5,600 บาท

  • ไม่คำนวณย้อน: ต้นทุนขายวันที่ 20 ต.ค. = 100 × 54 = 5,400 บาท
  • คำนวณใหม่ตามลำดับวันที่: ต้นทุนขาย = 100 × 56 = 5,600 บาท
  • ผลต่าง: ต้นทุนขายต่ำไป 200 บาท และมูลค่าคงเหลือสูงไป 200 บาท
  • ยิ่งเอกสารย้อนหลังมาก ผลต่างยิ่งกระจายไปหลายรายการ

SML คำนวณต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ให้อัตโนมัติ

SML Ai Account & ERP คำนวณต้นทุนสินค้าด้วยวิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ โดยเรียงตามลำดับเวลาของเอกสาร ผู้ใช้บันทึกเอกสารซื้อ-ขายครั้งเดียว ระบบคำนวณสต๊อก ต้นทุน และรายการบัญชี GL ใหม่จากข้อมูลต้นทางทุกครั้ง ผลลัพธ์เหมือนเดิมทุกรอบ และรองรับต้นทุนแฝงอย่างค่าขนส่งที่บวกเข้าต้นทุน ตัวเลขเงินในงานบัญชีและเอกสารซื้อขายหลักคำนวณแบบทศนิยมตรงตัว ไม่ใช้ floating point เก็บเป็นชนิด NUMERIC และปัดครึ่งขึ้นตามจำนวนทศนิยมที่ตั้งไว้

  • ใช้วิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) เรียงตามลำดับเวลาเอกสาร
  • คำนวณสต๊อก ต้นทุน และ GL ใหม่จากข้อมูลต้นทางทุกครั้ง
  • รองรับต้นทุนแฝง เช่น ค่าขนส่งที่บวกเข้าต้นทุน
  • คำนวณเงินแบบทศนิยมตรงตัว เก็บเป็น NUMERIC

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรื่องนี้

มีคำถามอื่น คุยกับผู้เชี่ยวชาญ
ต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ คำนวณใหม่เมื่อไร
คำนวณใหม่ทุกครั้งที่มีสินค้ารับเข้า ส่วนการขายออกใช้ต้นทุนเฉลี่ย ณ ขณะนั้นเป็นต้นทุนขาย โดยไม่ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยเปลี่ยน
ค่าขนส่งสินค้าเข้าต้องรวมในต้นทุนหรือไม่
ค่าใช้จ่ายที่ทำให้ได้สินค้ามาพร้อมขาย เช่น ค่าขนส่งเข้า โดยทั่วไปรวมเป็นต้นทุนสินค้า SML รองรับการบวกต้นทุนแฝงเข้าต้นทุน ส่วนรายการใดควรรวม ควรปรึกษาผู้สอบบัญชี
นอกจากถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ มีวิธีคิดต้นทุนแบบอื่นไหม
มีวิธีตีราคาสินค้าคงเหลืออีกหลายวิธี การเลือกวิธีที่เหมาะกับกิจการและการเปลี่ยนวิธีควรปรึกษาผู้สอบบัญชี เมื่อเลือกแล้วควรใช้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ SML คำนวณต้นทุนด้วยวิธีถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่
บันทึกเอกสารย้อนหลัง SML คำนวณต้นทุนใหม่ไหม
SML คำนวณสต๊อก ต้นทุน และ GL ใหม่จากข้อมูลต้นทางทุกครั้ง โดยเรียงตามลำดับเวลาเอกสาร เอกสารจึงถูกคำนวณตามวันที่ของเอกสาร และผลลัพธ์เหมือนเดิมทุกรอบ
LINE ทดลองใช้ Demo