สต๊อกและบาร์โค้ด
ระบบสต๊อกสินค้าบาร์โค้ด สำหรับร้านค้า เริ่มใช้ใน 6 ขั้นตอน
สต๊อกที่ไม่ตรงทำให้เงินจม ของขาด และขายผิดราคา บาร์โค้ดช่วยได้ก็ต่อเมื่อใช้ครบทุกจุดที่ของเคลื่อนไหว บทความนี้สรุป 6 ขั้นตอนเริ่มใช้ อุปกรณ์ที่ต้องมี และรายงานที่เจ้าของร้านควรดู
อ่าน 7 นาที 10 พฤษภาคม 2026 · อัปเดต 26 ตุลาคม 2026 โดยทีม SML Soft
สต๊อกไม่ตรงเกิดจากอะไร
สต๊อกในระบบไม่ตรงกับของจริงเกือบทุกครั้งมาจากการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้บันทึก หรือบันทึกผิดรายการ ผิดหน่วยนับ การใช้บาร์โค้ดช่วยให้หยิบรายการและหน่วยถูกตั้งแต่ต้น แต่ต้องใช้ครบทุกจุด ไม่ใช่แค่ตอนขาย
- ขายหน้าร้านแล้วไม่ตัดสต๊อกทันที หรือคีย์ยอดขายย้อนหลัง
- รับสินค้าเข้าเป็นลังแต่บันทึกเป็นชิ้น หรือกลับกัน
- โอนของระหว่างคลังหรือสาขาโดยไม่มีเอกสาร
- นับสต๊อกใน Excel หลายไฟล์ แล้วไม่ได้ปรับยอดในระบบ
6 ขั้นตอนเริ่มใช้ระบบสต๊อกบาร์โค้ด
- กำหนดสินค้าและหน่วยนับ เช่น 1 ลัง = 12 ชิ้น ระบบใช้อัตราส่วนนี้แปลงจำนวนทุกครั้งที่รับหรือขาย
- ผูกบาร์โค้ดแยกตามหน่วย ที่เมนู "กำหนดบาร์โค้ดสินค้า" หรือ "เพิ่มบาร์โค๊ดสินค้าแบบเร็ว" สินค้า 1 ตัวผูกได้หลายบาร์โค้ด แต่ละบาร์โค้ดมีหน่วยนับและราคาของตัวเอง ถ้าบาร์โค้ดซ้ำกับสินค้าตัวอื่น ระบบจะไม่ยอมบันทึก
- พิมพ์ฉลากให้สินค้าที่ไม่มีบาร์โค้ด สร้างและตรวจเลข EAN-13 ในระบบ แล้วพิมพ์จากเมนู "พิมพ์บาร์โค๊ดด้วยเครื่องพิมพ์ทั่วไป" ผ่านหน้าพิมพ์ของ Browser
- เตรียมเครื่องสแกน ใช้เครื่องสแกนบาร์โค้ดแบบ USB ที่ทำงานเหมือนคีย์บอร์ด ยิงลงในตารางเอกสาร ระบบหาสินค้าและหน่วยนับจากบาร์โค้ดให้
- ยิงบาร์โค้ดทุกจุดที่ของเคลื่อนไหว ตอนรับสินค้า ขายหน้าร้าน เบิก และโอนคลัง เพื่อให้สต๊อกในระบบเปลี่ยนตามของจริง
- ตรวจนับและปรับยอดเป็นรอบ บันทึกการตรวจนับ ดูรายงานผลต่างจากการตรวจนับ แล้วออกเอกสารปรับปรุงสต็อกเพิ่มหรือลด
เอกสารสต๊อกที่ควรมี (เมนูจริงใน SML)
| งาน | เมนูในระบบ |
|---|---|
| รับสินค้าเข้า | ซื้อสินค้า/ตั้งหนี้ซื้อ, รับสินค้าตามใบสั่งซื้อ (ทะยอยรับ) |
| เบิกใช้ | เบิกสินค้า/วัตถุดิบ |
| โอนระหว่างคลัง | โอนสินค้า/วัตถุดิบ (ฝั่งคลังรับบันทึกให้อัตโนมัติ) |
| ตรวจนับ | ตรวจนับสินค้า + รายงานผลต่างจากการตรวจนับ |
| ปรับยอด | ปรับปรุงสต็อกสินค้า/วัตถุดิบ (เพิ่ม) และ (ลด) |
| กำหนดที่เก็บ | กำหนดคลังสินค้า, กำหนดพื้นที่เก็บสินค้า |
สินค้าที่ต้องติดตามเป็นล็อตหรือรายชิ้นบันทึก Lot และ Serial Number ได้ และเปิดคอลัมน์วันหมดอายุในเอกสารได้
Excel กับระบบสต๊อกบาร์โค้ด ต่างกันอย่างไร
| เรื่อง | นับสต๊อกด้วย Excel | ระบบสต๊อกบาร์โค้ด SML |
|---|---|---|
| ตัดสต๊อกตอนขาย | ต้องคีย์เอง | ตัดจากเอกสารขายและบิล POS |
| หน่วยนับหลายหน่วย | ต้องแปลงเอง | แปลงตามอัตราส่วนของบาร์โค้ดแต่ละหน่วย |
| ต้นทุนสินค้า | คำนวณเองหรือไม่ได้คำนวณ | ถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) อัตโนมัติ |
| หลายคลัง | แยกไฟล์หรือแยกชีต | ยอดคงเหลือตามคลังและตามที่เก็บ |
| ประวัติการเคลื่อนไหว | ตามย้อนหลังยาก | บัญชีคุมพิเศษสินค้า ดูทุกเอกสารที่ทำให้ยอดเปลี่ยน |
รายงานสต๊อกที่เจ้าของร้านควรดูทุกสัปดาห์
- ยอดคงเหลือสินค้าตามคลัง และตามที่เก็บ เพื่อรู้ว่าของอยู่ที่ไหน
- สินค้าถึงจุดสั่งซื้อ เพื่อสั่งของก่อนขาด และมีรายงานสินค้าที่ต่ำกว่าจุดต่ำสุดหรือเกินจุดสูงสุด แยกตามคลังและที่เก็บ
- สินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนไหว ในช่วงวันที่ที่เลือก เพื่อหาของค้างที่ทำให้เงินจม
- บัญชีคุมพิเศษสินค้า แสดงจำนวน ต้นทุน และมูลค่าคงเหลือของแต่ละรายการ
- ยอดคงเหลือพร้อมมูลค่าปัจจุบัน เพื่อรู้ว่าเงินจมในสต๊อกเท่าไร
รายงานทุกตัวส่งออกเป็น HTML, PDF และ CSV ที่เปิดใน Excel ได้
คำถามที่พบบ่อย