ข่าวสรุปภาษี
สรรพากรร่วมตรวจค้น พบ 600 บริษัทเสี่ยงเสียภาษีไม่ครบ ปมนอมินี
8 ต.ค. 2569 กรมสรรพากรร่วม 7 หน่วยงานตรวจค้น 3 จุดในกรุงเทพฯ พบข้อมูลราว 600 บริษัทเสี่ยงเสียภาษีไม่ครบ สรุปข้อเท็จจริง สถานะล่าสุด และบทเรียนเรื่องนอมินีสำหรับ SME
อ่าน 5 นาที 26 ตุลาคม 2026 โดยทีม SML Soft
โดย SML AI Newsroom นักข่าว AI ด้านบัญชี การเงิน และการบริหาร SME สรุปจากแหล่งที่มาท้ายบทความ
สรุปข่าว
ตามข่าวประชาสัมพันธ์ของกรมสรรพากร (ปชส. 2/2570) ที่แถลงเมื่อ 8 ต.ค. 2569 รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสรรพากรเปิดเผยว่า ในวันเดียวกันกรมสรรพากรร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมที่ดิน สำนักงาน ปปง. และตำรวจสันติบาล เข้าตรวจค้นสถานที่เป้าหมายพร้อมกัน 3 จุดในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกลุ่มนิติบุคคลที่มีบุคคลต่างด้าวได้รับการแปลงสัญชาติเป็นไทย โดยหน่วยงานระบุว่าอาจมีการกระทำที่กระทบความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม และอาจหลีกเลี่ยงภาษี เบื้องต้นพบข้อมูลกลุ่มนิติบุคคลประมาณ 600 บริษัทที่อาจเสี่ยงเสียภาษีไว้ไม่ครบถ้วน
ฝั่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ตามรายงานของไทยโพสต์ (9 ต.ค. 2569) อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรียกปฏิบัติการนี้ว่า “ยุทธรัฐ” และให้ข้อมูลผลตรวจสอบเบื้องต้น ดังนี้
- พบเอกสารของนิติบุคคลที่จดทะเบียนที่ตั้งสำนักงานแห่งเดียวกันกว่า 61 บริษัท และพบบุคคลกลุ่มเดียวกันมีชื่อเป็นกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในหลายแห่ง
- นิติบุคคลต่างด้าว 2 ราย ตรวจในระบบ e-Foreign Business แล้วไม่พบว่าได้รับหนังสือรับรองหรือใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
- นิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นไม่ถึง 50% ซึ่งเข้าข่ายกลุ่มเสี่ยงนอมินี 33 ราย ประกอบธุรกิจตามบัญชีท้าย พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 เช่น ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน และนำเที่ยว
- พบความเชื่อมโยงกับสำนักงานรับทำบัญชี โดยกรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยของสำนักงานบัญชีบางรายมีชื่อถือหุ้นในบริษัทกลุ่มเป้าหมายหลายบริษัท
- พบแรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานใน 2 จุด และดำเนินคดีนายจ้างจุดละ 1 ราย
DBD ระบุว่าได้ออกหนังสือเรียกกรรมการและผู้ถือหุ้นเข้าชี้แจงข้อเท็จจริง และหากพบว่าเข้าข่ายความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สถานะล่าสุด: เดลินิวส์รายงานเมื่อ 21 ต.ค. 2569 ว่า DSI ขยายผลภายใต้เรื่องสืบสวนที่ 104/2569 ซึ่งตรวจสอบกรณีบุคคลต่างด้าวอาจใช้บุคคลหรือนิติบุคคลไทยเป็นตัวแทนอำพราง (นอมินี) ถือครองที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ และ DSI ได้ส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานกรณีบุคคลที่ได้รับการแปลงสัญชาติไทยแต่ยังใช้หนังสือเดินทางของประเทศเดิม ให้กรมการปกครองพิจารณาตามกฎหมายเกี่ยวกับสัญชาติ ทุกประเด็นยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงาน ยังไม่มีคำวินิจฉัยว่าบุคคลหรือบริษัทใดกระทำผิด
ทำไมเป็นกระแส
ข่าวนี้ถูกพูดถึงกว้างเพราะเป็นปฏิบัติการร่วมหลายหน่วยงาน ตัวเลข 600 บริษัทสูง และเชื่อมทั้งเรื่องภาษี การถือหุ้นแทน การถือครองที่ดิน และประเด็นความมั่นคง ไทยโพสต์รายงานว่านายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ DBD เป็นหน่วยนำในการชี้เป้าตรวจสอบชาวต่างชาติที่ใช้คนไทยถือหุ้นแทน และให้ถือเป็นวาระเร่งด่วน
สำหรับคนทำธุรกิจและคนทำบัญชี ประเด็นที่ใกล้ตัวคือการพบชื่อคนของสำนักงานบัญชีไปถือหุ้นในบริษัทลูกค้า และการใช้ที่อยู่เดียวกันจดทะเบียนหลายสิบบริษัท ซึ่งหน่วยงานใช้เป็นจุดวิเคราะห์ความเชื่อมโยง
เรื่องนี้ต่อเนื่องจากมาตรการที่รัฐบาลประกาศไว้ก่อน ตามรายงานของอินโฟเควสท์ (1 ส.ค. 2569) คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางที่ 2/2569 ขยายการตรวจสอบให้ครอบคลุมการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นและกรรมการหลังจดทะเบียน มีผลตั้งแต่ 1 ส.ค. 2569 กรณีมีคนต่างด้าวร่วมลงทุนหรือมีอำนาจลงนาม ต้องยื่นหนังสือชี้แจงการลงทุนพร้อมรายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ลงทุนไทยที่ชำระค่าหุ้น ข่าวเดียวกันระบุว่ามีบริษัทที่ผู้ถือหุ้นต่างชาติไม่เกิน 49.99% จำนวน 119,116 ราย ซึ่งใช้เพื่อประเมินความเสี่ยงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดเป็นนอมินีหรือทำผิด
บทเรียนสำหรับเจ้าของธุรกิจ
ไม่ว่ากิจการจะมีผู้ถือหุ้นต่างชาติหรือไม่ ข่าวนี้ชี้ว่าหน่วยงานรัฐเชื่อมข้อมูลกันมากขึ้น ทั้งทะเบียนบริษัท ภาษี ที่ดิน และแรงงาน เอกสารที่ไม่ตรงกับความจริงจึงถูกตรวจพบง่ายขึ้น
- อย่ารับถือหุ้นแทนใคร — ชื่อในบัญชีผู้ถือหุ้นต้องตรงกับผู้ลงทุนจริง ในข่าวนี้ DBD เรียกทั้งกรรมการและผู้ถือหุ้นคนไทยเข้าชี้แจง
- เก็บหลักฐานการชำระค่าหุ้น — เก็บสลิปโอนและรายการเดินบัญชีที่แสดงว่าเงินลงทุนมาจากผู้ถือหุ้นคนนั้นจริง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ร่วมลงทุนต่างชาติ
- สำนักงานบัญชีแยกบทบาทให้ชัด — ผู้ทำบัญชีไม่ควรไปมีชื่อถือหุ้นหรือเป็นกรรมการแทนลูกค้า เพราะเป็นจุดที่หน่วยงานใช้โยงความเชื่อมโยง
- ยื่นแบบภาษีให้ครบทุกงวด — กรมสรรพากรย้ำว่าการไม่ยื่นแบบเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และอาจกระทบการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
- ที่ตั้งสำนักงานต้องอธิบายได้ — มีหลักฐานการใช้สถานที่จริง เช่น สัญญาเช่าหรือหนังสือยินยอม โดยเฉพาะเมื่อใช้ที่อยู่ร่วมกับบริษัทอื่น
- ตรวจใบอนุญาตทำงานก่อนจ้างแรงงานต่างด้าว — ในข่าวนี้นายจ้างถูกดำเนินคดีจากการรับคนต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน
- ทบทวนธุรกิจตามบัญชีท้ายกฎหมาย — ถ้ามีคนต่างด้าวถือหุ้น ให้ตรวจว่าธุรกิจที่ทำต้องขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองก่อนหรือไม่
แหล่งที่มา
- กรมสรรพากร — ปชส. 2/2570 กรมสรรพากรเข้าร่วมตรวจค้นกลุ่มนิติบุคคลที่มีบุคคลต่างด้าวได้รับการแปลงสัญชาติเป็นสัญชาติไทย (8 ตุลาคม 2026)
- THE STANDARD — กรมสรรพากรผนึก 8 หน่วยงาน ลุยตรวจบริษัทมีเอี่ยว ต่างด้าวแปลงสัญชาติไทย พบเข้าข่ายถึง 600 แห่ง (9 ตุลาคม 2026)
- ไทยโพสต์ — พาณิชย์ผนึก 9 หน่วยงานรัฐตรวจนอมินีกรุงเทพ พบ 3 จุดพฤติการณ์ผิดปกติ (9 ตุลาคม 2026)
- เดลินิวส์ — ขยายผลยุทธรัฐ DSI ส่งหลักฐานให้กรมการปกครองพิจารณาเรื่องสัญชาติ (21 ตุลาคม 2026)
- อินโฟเควสท์ — รัฐบาลเพิ่มมาตรการตรวจสอบการจัดตั้งบริษัท อุดช่องโหว่ป้องกันคนไทยเป็นนอมินีให้ต่างชาติ (1 สิงหาคม 2026)
ข้อมูล ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2026 ก่อนนำไปใช้กับกิจการ ควรตรวจกับประกาศฉบับเต็มของหน่วยงานหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่พบบ่อย