ร้านค้าปลีก-ค้าส่ง
โปรแกรมขายหน้าร้าน ปลีกส่ง เลือกอย่างไร
ร้านที่ขายทั้งปลีกและส่งมักมีหลายราคา ลูกค้าประจำ เครดิต และสต๊อกจำนวนมาก โปรแกรมขายหน้าร้านจึงควรคุมหลังบ้านได้ด้วย
คำตอบสั้น
โปรแกรมขายหน้าร้านปลีกส่งควรรองรับราคาหลายระดับ เครดิตลูกค้า สต๊อกหลายคลัง รายงานยอดขาย และเชื่อมบัญชี ERP เพื่อให้เจ้าของรู้ยอดขายและกำไรจริง ไม่ใช่แค่คิดเงินหน้าร้าน
ร้านปลีกส่งต้องการมากกว่า POS ทั่วไป
ร้านปลีกส่งมีเงื่อนไขมากกว่าร้านค้าปลีกทั่วไป เช่น ราคาส่ง ราคาสมาชิก เครดิตลูกค้า และการส่งของจากคลัง หากระบบไม่รองรับ จะต้องแก้งานด้วย Excel หรือคีย์ซ้ำ
- ราคาหลายระดับตามกลุ่มลูกค้า
- ขายเงินสดและขายเครดิต
- สินค้าหลายหน่วยนับ
- สต๊อกหลายคลังหรือหลายสาขา
เช็กลิสต์ก่อนเลือกโปรแกรมขายหน้าร้าน
ก่อนซื้อควรถามให้ชัดว่าระบบรองรับ workflow ของร้านจริงหรือไม่ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวกับสต๊อกและบัญชี
- ขายแล้วตัดสต๊อกทันทีหรือไม่
- รองรับราคาปลีก ราคาส่ง และส่วนลดเฉพาะลูกค้าไหม
- ออกเอกสารขายและเชื่อมลูกหนี้ได้ไหม
- ดูรายงานสาขาและคลังได้หรือไม่
ทำไมต้องดู Dashboard
เจ้าของร้านไม่ได้ต้องการดูบิลทีละใบ แต่ต้องเห็นภาพรวม เช่น สินค้าขายดี สินค้าค้างสต๊อก ลูกหนี้ และยอดขายแต่ละสาขา Dashboard จึงเป็นส่วนสำคัญของระบบปลีกส่ง
- รู้ว่าสินค้าไหนควรสั่งเพิ่ม
- ลดเงินจมในสต๊อก
- ตามลูกหนี้ได้เร็วขึ้น
- เห็นสาขาที่ยอดตกก่อนสาย
คำถามที่พบบ่อย
ร้านปลีกส่งใช้ POS ฟรีได้ไหม
ใช้ได้ถ้างานขายง่ายมาก แต่ถ้ามีหลายราคา เครดิตลูกค้า และสต๊อกหลายคลัง POS ฟรีอาจทำให้ต้องคีย์ซ้ำหรือรายงานไม่พอ
โปรแกรมขายหน้าร้านควรเชื่อมบัญชีไหม
ควรเชื่อมถ้าร้านต้องการรู้ยอดขาย ลูกหนี้ สต๊อก และกำไรจากข้อมูลชุดเดียวกัน
SML เหมาะกับร้านปลีกส่งแบบไหน
เหมาะกับร้านที่มีสต๊อกเยอะ หลายราคา หลายคลัง หรือหลายสาขา และต้องการให้ข้อมูลหลักอยู่ในกิจการ